'เหงา' เข้าใจ?

posted on 08 Oct 2009 13:37 by f-wagamama

ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมฤดูฝน...ที่เหมือนจะร้อนโคตรๆ

(ที่ไม่บอกว่าปิดเทอมเล็ก...ก็เพราะว่าจะได้เหมือนพวกญี่ปุ่น เกาหลี

เหมือนในนิยาย หรือซีรีส์ไงที่เค้าชอบพูดว่า ปิดเทอม ฤดู....อารายก็ว่าไป

ฮ่าๆ ณ ปัจจุบันนี้กำลังบ้า ญี่ปุ่นมาก)

พร่ามซะยาว...ช่วงนี้เป็นอะไรที่แบบว่า โสดๆๆๆๆๆ โสดสนิท!

แต่ๆๆ...ที่บ่นๆ ก็ใช่ว่าอยากจะมี(อ๊ะ พูดเหมือนสวยเลือกได้ ที่จิงไม่มีใครมาจีบ ฮ่าๆ)

กิจวัตรประจำวันของสาวโสด ก็คงจะเป็น ตื่นประมาณสิบโมง...อาจสายกว่านั้นแต่ไม่เกินเที่ยง

ตื่นแล้วก็อาบน้ำแปรงฟัน ทาครีมทาแป้ง แต่งตัว(โสมม มากๆ)

แล้วก็กินข้าวเช้ากะเที่ยงรวมกัน มื้อเดียว จบ...

จากนั้นก็นอนดูทีวี ดูหนังบ้างง...ข่าวเม้าดาราบ้าง เหอะๆ

ช่วงเย็นก็จะเป็นเวลาพักผ่อน นอนกันอีกรอบ...แล้วตื่นมากินข้าวเย็น

อาบน้ำ แล้วดูทีวี พร้อมกับอาหารว่างสารพัดจะสรรหามา...

รายการทีวีช่วงดึก...เป็นของโปรดปราน...ฮะฮะ

มะคืนดูรายการ สามหนุ่ม อารายซักอย่างเนี่ย...

เค้าเอานักแสดงละครเวทีเรื่อง 'ลมหายใจ the musical' มา...

แล้วที่สำคัญเอาเพลงเพราะๆของพี่บอย โกศิยพงษ์ มาประกอบ...

โอ้ยยย...สุดยอด แค่ฟังเพลงน้ำตาก็หลั่งริน คิดถึงคนรัก(ซึ่งไม่มี)

ชอบพี่บอยมาก...บอกได้คำเดียวว่า สุโก่ยยยยยยยยยยยยย

อยากดูๆ...แต่ คงได้แค่ฝัน...กันต่อไป

มาเล่าถึงกิจวัตรกันต่อ,,,พอดูทีวีเสร็จก็ปิดไฟนอน

ทั้งบ้าน เรา มักจะนอนเป็นคนสุดท้าย ก็เพราะนอนกลางวันมาเยอะ

เป็นอย่างงี้แทบทุกวัน...เน็ตแทบจะไม่ได้แตะ

ยกเว้นวันนี้ที่มีความพยายามอย่างยิ่งยวด กับ เน็ตto...สามบาท ของเค้า ตั้ง 37 Kbps

บวกกับคอมคุณปู่ อายุราว 8 ขวบ...ทำเอาอารมณ์แทบไม่อยู่กะร่องกะรอย

แต่...ความอยาก หรือกิเลส มันมีมาก เลยต้องมาเล่นจนได้แหละน่า

คือชีวิตนี้ไม่มีกิจกรรมที่เป็นสาระเล้ยย...เห้อ ชีวิต บัดซบ!

 

ถ้าจะพูดถึงความโสดสนิทแล้วเนี่ยนะ...

จะบอกว่าชีวิตมันเหงา สุดขั้วเลยแหละ แต่ชอบจะอยู่คนเดียวมากกว่า

ถึงแม้บางครั้งจะแอบอิจฉาคนอื่น ลึกๆ..แต่รู้สึกว่ามันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบที่อยากจะมีแฟน?

ไม่ต้องมองที่ไหนไกล พี่สาวเราคุยดทสับเช้า กลางวัน เย็น ... เหนื่อยแทนเลย

แต่เค้าก็คงมีความสุขดีมั้ง...

แต่จากประสบการณ์ชีวิตเกี่ยวกะเรื่องราวความรักที่แสนจะน้อยนิด ก็ทำให้เรารู้ว่า

ด้วยสถานะทางอารมณ์ สังคม ครอบครัว ทุกอย่างล้วนเป็นอุปสรรคในเรื่องรักๆ

และที่สำคัญคือจิตใจ...ของเรา เรายังไม่รู้จักความรักที่แท้จริง

ที่ผ่านมาอาจไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของคำว่ารักเลยก็ว่าได้ มันเป็นแค่ช่วงอารมณ์หวั่นไหว

ณ ตอนนี้...ความมั่นคงอยู่ตรงไหน อนาคตอยู่ตรงไหน...?

อยากมองหาอนาคตมากกว่า ส่วนเรื่องความรัก เค้าว่ากันว่า 'เรื่องรักๆ มักยากๆ'

เราคิดว่าเรื่องความรัก มันอยู่ที่คนเราจะนิยามคำว่า รัก มากกว่า คนเรามักคิดไปเอง

ขอย้ำว่าคิดไปเอง...ว่ารักแล้วเป็นอย่างงั้นอย่างงี้...

ทั้งที่จริงๆแล้วบทสรุปของคำว่ารักในวัยเรียนก็มักจะเหมือนๆกัน..

เวลาทั้งชีวิตยังมีอีกเยอะ เรามานั่งสะสมประสบการณ์เรื่องอื่นๆดีกว่า

เรื่องความรัก หากเราได้แต่งงานกะใครสักคน...ก็คงจะได้ใช้เวลากันไปทั้งชีวิต

ที่จะมีความสุขไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลา

...นี่เป็นนิยามของคำว่า รัก ในความคิดของเราเท่านั้น มันเหมือนเป็นการมองโลกในแง่ร้าย

แต่คนเราก็ไม่เห็นจำเป็นต้องเดินตามหาความรักเลยหนิ... : )

 

ตอนนี้เราเรียนบัญชี แล้วก็เรียนญี่ปุ่นเป็นวิชาเลือก...ซึ่งไม่รู้ว่าเลือกผิดหรือถูก

ความฝันในตอนนี้ จุดมุ่งหมายในตอนนี้คือ ได้ทุนไปเรียนญี่ปุ่น

ไม่ว่าจะทุนอะไร ข้าน้อยขอรับหมด แต่โอกาส ไม่ได้มีบ่อยๆ

และโอกาสที่มีสำหรับเราก็ไม่ได้มีกันง่ายๆ...เพราะฉะนั้นแล้ว ปลง ดีกว่า

เอ้ยยย...เราต้องทำความฝันให้เป็นจริง ฝันที่ใครอาจดูถูกว่าเป็นไปไม่ได้

ฝันที่ใครอาจคิดว่าสูงเกินเอื้อมหรือเปล่า...

แต่ด้วยความมุ่งมัน และจิตใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวของเรา เราเชื่อว่าเราจะทำให้ได้

ไม่ว่ามันจะนานซักแค่ไหน ที่ฝันนั้นจะมาถึง...

 

แล้วการจะไปเรียนที่ญี่ปุ่นต้องทำอะไรบ้าง?

ขั้นแรกที่คิดออกตอนนี้คือการอัพเกรดตัวเองให้สูงขึ้น เราหมายถึงเพิ่มเกรดเฉลี่ยอ่ะนะ

ตอนนี้ 3.13 (เรื่องมันเศร้า) ไปปรึกษาครู ครูบอกว่า เพิ่มมาซัก 3.2 ก็โอเคแล้ว

โอ๊ะ...แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยน้า แค่ผ่าน 3.00มาได้นี่ เป็นบุญหนักหนาของชีวิต

เทอมนี้ไม่รู้ว่าเกรดจะลดอีกหรือเปล่า...

แต่ไม่ว่าจะยังไง ยังเหลืออีกตั้งหลายเทอม คนเราถ้าพยายามแล้วความสำเร็จคงไม่หนีไปไหนหรอก

เราเชื่อมั่นอย่างนั้นนะ...

แต่จะว่าไปแล้ว ไอ้ที่ว่า 3.2 ขึ้นไปนี้คือทุก private นะเนี่ย...คือเราต้องออกเองส่วนนึงด้วยอ่ะ

ถ้าจะเป็นทุกเต็ม เกรดก็ ต้องขั้นเทพ ซึ่ง ตู จบ....(ขออภัยที่พูดไม่สุภาพค่ะ)

 

ที่ผ่านมาอาจเล่นมากไป...แต่ต่อไปก็ต้องจริงจังกับชีวิตแล้วล่ะ

 

:: ก้าวที่ ๑ คือ เพิ่มเกรดเฉลี่ย ::

วิธีอัพเกรดเฉลี่ยหรอ...เราคิดว่าเปิดเทอมใหม่จะทบทวนหนังสือที่เรียนมาทุกวัน

เพิ่มระดับความฉลาด ของเซลล์สมอง ในเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ ที่แสนจะยากลำบาก

ในการค้นหาความฉลาดในด้านนี้ แต่ก็คิดว่า จะอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษทุกวัน...

วันละสองบรรทัดก็ยังดี สรุปแล้วเดือนนึงต้องจบ 1 ฉบับ...

นอกจากนั้น ก็ต้องท่องศัพท์ญี่ปุ่น คันจิ วันละสิบตัว ...

สุดยอดเลยมั้ยล่ะแผนเรา ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

แต่เราจะพยายาม สุดๆเลยล่ะ

 

หอสูงเก้าชั้นยังเริ่มต้นด้วยกองดิน

เดินทางพันลี้ยั้งเริ่มต้นด้วยฝ่าเท้า...(จำได้แค่นี้)

 

ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน